← บทความทั้งหมด

BPS / BPI / ระบบงานและคุณค่าธุรกิจ

ยอดขายโต แต่งาน เงินสด และกำไรตามไม่ทัน

เมื่อปัญหาเกิดระหว่างฝ่ายขาย คลัง จัดซื้อ และบัญชี การปรับกระบวนการต้องเริ่มจากงานจริงและวัดผลถึงธุรกิจ

ยอดขายที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าเงินสดจะเข้าทันเวลา หรือทุกคำสั่งซื้อจะสร้างกำไรเท่าเดิม หลายครั้งงานติดอยู่ตรงรอยต่อระหว่างฝ่าย: ส่งสินค้าแล้วออกบิลช้า อนุมัติส่วนลดโดยไม่เห็นต้นทุนจริง สั่งซื้อเกินความต้องการ หรือผู้บริหารต้องตัดสินใจเรื่องเดิมซ้ำ ๆ

DHISORA ใช้ Business Process Solution (BPS) เป็นชื่อกลุ่มงานที่เชื่อมเป้าหมายธุรกิจกับกระบวนการ คน ข้อมูล การตัดสินใจ และการควบคุมภายใน ภายในกลุ่มงานนี้ Business Process Improvement (BPI) คือการปรับกระบวนการที่มีอยู่ โดยตรวจสภาพงานจริง หาต้นเหตุ ทดลองเปลี่ยนวิธีทำงาน และติดตามผล ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการซื้อระบบใหม่

ตัวอย่างเช่น หากเงินสดเข้าช้า เราเริ่มตามคำสั่งซื้อจริงตั้งแต่รับออเดอร์ ส่งมอบ ออกใบแจ้งหนี้ ไปจนรับชำระเงิน จากนั้นแยกให้ชัดว่าปัญหาเกิดจากเงื่อนไขเครดิต เอกสาร การส่งต่องาน ข้อโต้แย้งกับลูกค้า หรือการติดตามหนี้ จึงเลือกจุดปรับปรุงและกำหนดตัวชี้วัดที่ตรงกับต้นเหตุ

ผลลัพธ์ที่ควรมองเห็นคือวิธีทำงานที่ทีมใช้ได้จริง ผู้รับผิดชอบที่ชัด หลักฐานก่อนและหลัง และผลต่อเวลา กำไร เงินสด หรือความน่าเชื่อถือของรายงานตามกรณี ประโยชน์ต้องพิสูจน์จากข้อมูลของกิจการ ไม่ใช่ตัวเลขที่รับรองไว้ก่อนเริ่มงาน

คำถามที่เราได้ยินจากผู้บริหาร

ขายได้ แต่เงินไม่เข้า

ส่งมอบแล้วออกบิลเมื่อไร เอกสารครบหรือไม่ และใครแก้ข้อโต้แย้งของลูกค้า?

เวลาส่งมอบถึงออกบิล · ลูกหนี้เกินกำหนด · DSO

งานมากขึ้น แต่กำไรลด

ส่วนลด สัดส่วนสินค้า ต้นทุนซื้อ ขนส่ง หรือของเสียเปลี่ยนตรงไหน?

กำไรขั้นต้นรายสินค้า · ต้นทุนงานแก้ซ้ำ

ทุกเรื่องต้องรอเจ้าของ

ขั้นตอนอนุมัติและการส่งต่องานมีเจ้าของและขอบเขตตัดสินใจชัดหรือยัง?

เวลารออนุมัติ · รายการที่ต้องยกระดับถึงเจ้าของ

กำลังขยายหรือเตรียม IPO

ทีมทำงานและปิดบัญชีได้สม่ำเสมอ พร้อมหลักฐานที่ตรวจย้อนกลับได้หรือไม่?

วันปิดบัญชี · ข้อบกพร่องค้าง · ความครบถ้วนของหลักฐาน

ตัวอย่างหนึ่งรายการขาย

อาการ “เก็บเงินช้า” อาจเริ่มก่อนถึงฝ่ายติดตามหนี้ จึงต้องตามเส้นทางงานและข้อมูลจริง

  1. 01รับคำสั่งซื้อ
  2. 02ตรวจเครดิตและส่งมอบ
  3. 03ออกบิลพร้อมเอกสาร
  4. 04แก้ข้อโต้แย้ง
  5. 05รับชำระและกระทบยอด

จุดที่ต้องวัด: วันรอแต่ละช่วง ใครรับผิดชอบ และจำนวนรายการที่ต้องแก้ซ้ำ จากนั้นจึงเทียบกับลูกหนี้และเงินสดรับ

DHISORA ทำงานอย่างไร

  1. 01

    กำหนดโจทย์ธุรกิจ

    ตกลงผลที่ต้องการ ขอบเขตกระบวนการ และผู้บริหารเจ้าของการตัดสินใจ

  2. 02

    ดูงานจริงและตั้งฐาน

    สัมภาษณ์ทีม ตามตัวอย่างธุรกรรม วาดสภาพปัจจุบัน และเก็บเวลา ต้นทุน ความผิดพลาด หรือข้อยกเว้น

  3. 03

    พิสูจน์ต้นเหตุ

    แยกอาการออกจากสาเหตุ ตรวจข้อมูลและจุดส่งต่อก่อนเลือกวิธีแก้

  4. 04

    ทดลองวิธีทำงานใหม่

    ปรับขั้นตอน คน สิทธิอนุมัติ ข้อมูล หรือระบบตามความจำเป็น พร้อมทดสอบผลกระทบต่อการควบคุม

  5. 05

    ติดตามและส่งมอบ

    กำหนดเจ้าของ KPI และจังหวะทบทวน เปรียบเทียบกับฐานเดิม และแก้เมื่อผลไม่เป็นไปตามสมมติฐาน

สิ่งที่ควรได้เห็นก่อนเชื่อคำว่า “ดีขึ้น”

แผนผังสภาพก่อนและหลัง · หลักฐานของต้นเหตุ · ผู้รับผิดชอบการเปลี่ยนงาน · นิยามและฐานเปรียบเทียบ KPI · ผลการทดลองใช้และประเด็นที่ยังค้าง

ตัวชี้วัดเป็นตัวอย่าง ต้องเลือกตามธุรกิจและข้อมูลที่ตรวจสอบได้ การประเมินกระบวนการหรือ IPO เบื้องต้นไม่ใช่คำรับรองผลการดำเนินงานหรือความพร้อมยื่นคำขอ

เริ่มจากกระบวนการหนึ่งที่ทำให้คุณกังวล

บอกอาการที่เห็น ผลกระทบต่อธุรกิจ และจุดที่ทีมกำลังติดขัด แล้วเริ่มคุยว่าควรตรวจอะไรเป็นอันดับแรก

เริ่มสนทนากับ DHISORA ↗
แนวคิดสำหรับนำไปใช้

ปัญหาที่ผู้บริหารเห็น → งานจริงข้ามฝ่าย → ต้นเหตุที่พิสูจน์ได้ → การปรับวิธีทำงาน → ผลธุรกิจที่ติดตามได้

← บทความทั้งหมด

DHISORA ADVISORY

ปัญหาธุรกิจครั้งต่อไป อาจต้องการระบบที่ดีกว่าเดิม

เริ่มจากสถานการณ์และคำถามที่ฝ่ายบริหารต้องตอบ